อุ๋มจะรวบรวมขั้นตอนและเอกสารในการยื่นขอปรับสถานะของวีซ่า F-1 หรือนักเรียนนะคะ
เริ่มจาก..
จดทะเบียนสมรสกันก่อน....ส่วนนี้แล้วแต่เพื่อนๆนะคะว่าอยากจดทะเบียนสมรสกันที่ไหน อุ๋มรวบรวมข้อมูลในส่วนของการจดทะเบียนมาให้ค่ะ
------------
การจดทะเบียนสมรส หรือ Applying for a Marriage License --------------
>>
Applying for a Marriage License in Californiaสถานที่ : California County or City Clerk's office
สิ่งที่ต้องใช้ : ของเรา passport, Copy of Birth Certificate(แล้วแต่เมืองนะคะ บางที่ก็ใช้ค่ะ เตรียมไปก่อนก็ดีค่ะ)
ของแฟนเรา id card, Copy of Birth Certificate(แล้วแต่เมืองเช่นกันค่ะ)
marriage license application (บาง city มีให้ดาวโหลดผ่านเวบค่ะ หรือจะไปกรอกที่นั่นเลยก็ได้) และในการกรอก เราจำเป็นที่จะต้องรู้ข้อมูลของพ่อและแม่คือ วันเดือนปีที่เกิด และจังหวัดที่เกิดค่ะ
Witness : พยาน 2 คนค่ะ
ค่าใช้จ่าย : แต่ละเมืองจะไม่เท่ากันนะคะ แต่จะประมาณ $45 and up
*สำหรับคนที่เคยแต่งงานมาแล้ว อาจจำเป็นต้องใช้สำเนาใบหย่าไปยื่นด้วยค่ะ
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ
http://marriage.about.com/cs/marriageli ... fornia.htm สำหรับ California ค่ะ
http://marriage.about.com/cs/marriageli ... arlaws.htm สำหรับรัฐอื่นๆค่ะ
>>
Applying for a Marriage License in Las Vegasพอดีเพื่อนอุ๋มให้อุ๋มช่วยสอบถามข้อมูลจากพี่ๆเพื่อนๆในนี้ อุ๋มเลยรวบรวมมาให้ด้วยค่ะ สำหรับคนอยากจดทะเบียนและจัดงานที่ลาสเวกัส
เริ่มจาก...
1. เราต้องกรอกและยื่น marriage license application ของรัฐ Nevada ค่ะ จะดาวโหลดหรือไปเองได้ที่
CLARK COUNTY CLERK'S OFFICE - 201 Clark Avenue, P.O. Box 551603 Las Vegas, NV 89155
8:00 a.m. to 12:00 a.m.(Midnight) Seven Days a WeekDownload File
http://www.accessclarkcounty.com/depts/ ... nline.aspxศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ
http://www.accessclarkcounty.com/depts/ ... ation.aspxค่าใช้จ่าย - $55 Cash only
2. หลังจากทำเรื่อง application เรียบร้อยเราก็ไปจดทะเบียนค่ะ พอดีเพื่อนอุ๋มเ้ค้าจองแพคเกจแบบ Drive thru ไว้ ราคา $199 แต่ต้องจ่ายค่า Minister $40 และ Driver+tip $40 แยกค่ะ เพื่อนอุ๋มจองไว้กับที่นี่ค่ะ
http://www.aspecialmemory.com/ ยังไงเพื่อนๆลองเลือกที่อื่นดูก็ได้นะคะเพราะมันมีโปรโมชั้นและแพคเกจเยอะมากเลยค่ะ
http://www.cccarto.com/lasvegas_chapels ... W=1+ZOOM=b ต้องมีพยานสองคนเช่นกันค่ะ แต่บางที่เค้ามีพยานให้สำหรับคนที่ไม่มีเพื่อนไปด้วยค่ะ
หมายเหตุ หากเลือกแบบเข้าโบสถ์นั้น ก็เอาเอกสารจากข้อ 1 ไปยื่นกับเจ้าหน้าที่ด้านในค่ะ จากนั้นเค้าจะเรียกให้เราเข้าไปในโบสถ์ และให้เพื่อนเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ค่ะ
(ห้ามถ่ายรูปข้างในนะคะ เค้าจะมีเจ้าหน้าที่ถ่ายให้อยู่แล้วค่ะ) เพลงบรรเลงจะเริ่มขึ้น ซึ่งบาทหลวงจะยืนรอเราที่ด้านหน้าอยู่แล้วคะ จากนั้นเราก็เดินไปที่บาทหลวง ทำตามพิธี หลังจากนั้นถ่ายรูปรวมหมู่ค่ะ เป็นอันเสร็จ
3. เป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่ะ จากนั้นเราต้องส่งเช็คหรือ money order ไปที่ clerk office ที่ Nevada เพื่อขอ copy of marriage certificate ค่ะ จำนวนเงินขึ้นอยู่กับจำนวนของ copy ที่เราต้องการค่ะ $10/1 copy ค่ะ แล้วก็รอประมาณ 1 เดือนค่ะ เค้าจะส่งเอกสารมาที่บ้านเราตามที่อยู่ที่เราแจ้งไปค่ะ
---------------
การเตรียมเอกสาร---------------
หลังจากจดทะเบียนแล้ว เราก็มาเริ่มเตรียมเอกสารที่ต้องยื่นขอปรับสถานะกันดีกว่าค่ะ
*รายได้ขั้นต่ำของสามีหรือผู้ที่เป็นสปอนเซอร์ปี 2009 ค่ะhttp://lawanwadee.prophpbb.com/topic2099.htmlเอกสารในส่วนของเรา1. G-325A
2. I-693 เป็นแบบฟอร์มการตรวจสุขภาพนะคะ อุ๋มแนะนำให้ตรวจกับหมอที่อเมริกาค่ะเพราะว่ามีคนไปตรวจที่ไทยแล้วเอาใบรับรองจากไทยมาใช้ที่นี่ไม่ได้ค่ะ ส่วนเรื่องของประกันสุขภาพ อุ๋มถามมาจากทนายและหลายๆประกัน เค้าไม่ครอบคลุมสำหรับการตรวจสุขภาพเพื่อยื่น immigration ค่ะ ตรงนี้เราต้องจ่ายเองค่ะ (ถ้าเพื่อนๆทราบว่าประกันที่ไหนจ่ายให้ก็มาอัพเดทกันได้ค่ะ)
3. I-130 ส่วนนี้่เราหรือแฟนกรอกก็ได้ค่ะ
4. I-131
ฟอร์มนี้ไม่จำเป็นทุกคนนะคะ ใช้สำหรับท่านที่ต้องการออกนอก usa ขณะกำลังยื่นเรื่องขอปรับสถานะเท่านั้นค่ะ คนที่ไม่ได้จะออกนอก usa ไม่ต้องยื่นก็ได้ค่ะ5. I-765
สำหรับการขอ work permit ค่ะ ยื่นพร้อมกันไปเลย6. I-485
7. สำเนาpassport และหน้าของ visa
8. สำเนา I-94
9. สำเนา Marriage Certificate
10. สำเนาใบเกิดและสำเนาที่แปลเป็นภาษาอังกฤษแล้ว
11. รูปสี passport style ถ่ายไม่เกิน 30 วันนับจากวันที่ยื่นเอกสาร ของเราใช้ 6 รูปค่ะ
ในส่วนของแฟนเรา1. G-325A
2. I-864
3. รูปสี passport style ถ่ายไม่เกิน 30 วันนับจากวันที่ยื่นเอกสาร แฟนใช้ 2 รูปค่ะ
4. สำเนา Birth Certificate
5. สำเนา Tax return and W-2s
6. สำเนา Tax transcripts
ย้อนหลังสามปี (ในกรณีที่ไม่ถึงสามปีก็เอาเท่าที่ทำค่ะ)
7. สำเนา Paystubs
ส่วนนี้เวลาไปสัมภาษณ์ใช้ย้อนหลังสองเดือนจากวันที่สัมภาษณ์ด้วยค่ะ (ตรงนี้พี่แนทแจ้งมาค่ะ ขอบคุณพี่แนทนะคะ)
8. จดหมายรับรองการทำงานของแฟนที่ระบุชื่อที่ทำงาน ระยะเวลาทำงาน ประเภทงาน และเงินเดือนค่ะ
9. ใบรับรองทางการเงินจากธนาคาร (ถ้ามีค่ะ)
ในส่วนที่ใช้ร่วมกัน1. Checking Account
ชื่อร่วมกัน2. Auto Insure
ชื่อร่วมกัน3. Life Insure ถ้ามีนะคะ ชื่อผู้รับผลประโยชน์เป็นฝ่ายตรงข้ามค่ะ
4. Photos รูปถ่ายคู่ต่างๆที่ยืนยันความสัมพันธ์ค่ะ ถ้ามีเยอะ write cd เลยค่ะ
5. เอกสารอื่นๆที่แสดงถึงความสัมพันธ์ค่ะ ของอุ๋มมี Bill โทรศัพท์ที่แฟนเปิดให้ด้วยค่ะ
*เอกสารทุกตัวใช้สำเนา(ถ่าย xerox)เท่านั้นค่ะ เฉพาะ Form ต่างๆเท่านั้นที่ใช้ตัวจริง (ข้อมูลจากพี่แนทค่ะ)
ค่าใช้จ่ายเช็ค 2 ใบนะคะ
- $1010
- $355
สั่งจ่าย Department of Homeland Security (ส่วนนี้อุ๋มเอามาจากที่ฝนโพสค่ะ ขอบคุณฝนนะคะ)
เอกสารครบแล้ว เขียนใบปะหน้าว่าเราส่งอะไรไปบ้างเพื่อง่ายแก่การเช็คของเจ้าหน้าที่ค่ะ จากนั้นเขียนวงเล็บมุมซองเรื่องที่ส่งถึงเค้า และส่งไปที่
For U.S. Postal Service (USPS) Deliveries:To - USCIS
P.O. Box 805887
Chicago, IL 60680-4120 แนะนำให้ลงทะเบียนด้วยค่ะFor Courier/express deliveries:To - USCIS
Attn : FBAS
131 South Dearborn - 3rd Floor
Chicago, IL 60603-5517Download ฟอร์มต่างๆได้ที่นี่ค่ะ
http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/ ... f3d6a1RCRD--------------
การกรอกแบบฟอร์มต่างๆ--------------
I-765I'm applying for :
Permission to accept employment1.
นามสกุลหลังแต่งงาน (ถ้าเปลี่ยน), ชื่อเรา และชื่อกลาง (ถ้ามี)2.
นามสกุลเราก่อนแต่งงาน สำหรับคนที่เปลี่ยนไปใช้นามสกุลแฟนค่ะ3.
ที่อยู่ปัจจุบันใน usa4.
Thailand5.
อำเภอ จังหวัดและประเทศที่เราเกิด6.
วันเกิด7.
เพศ8.
สถานะ Married9.
SSN ถ้ามีนะคะ ไม่มีเว้นว่างหรือใส่ NONE 10.
A-Number เว้นว่างค่ะสำหรับวีซ่านักเรียน11. เคยยื่นขอมาก่อนมั้ย
NoWhich USCIS Office?
เว้นว่างDate(s)
เว้นว่างResults
เว้นว่าง12.
วันที่เข้ามา usa ล่าสุด13.
เราผ่าน immigration ที่เมืองอะไรล่าสุดที่เข้ามา usa14.
F-1 Visa Holder15.
F-116.
(C) (09)17.
เว้นว่างI-130A.Relationship1.
Husband/Wife2.
No3.
NoB.Information about you (ส่วนของสามีคะ)1.
นามสกุลสามี(ตัวพิมพ์ใหญ่), ชื่อสามี2.
ที่อยู่ปัจจุบัน3.
เมืองที่สามีเกิด, รัฐ4.
วันเกิด5.
เพศ6.
Married7.
ชื่อเดิม(ในกรณีที่เคยเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลก่อนแต่งงาน)8.
วันที่จดทะเบียนหรือแต่งงาน, เมืองที่จดทะเบียนหรือแต่งงาน9.
หมายเลข SSN10.
None11.
ชื่อภรรยาหรือสามีคนเก่า(ในกรณีคนที่เคยหย่ามาก่อน)12.
วันที่แต่งและวันที่หย่า13.
ได้เป็นซิติเซ่นเนื่องจาก...ข้อนี้แฟนอุ๋มเค้าเกิดที่นี่เลยเลือก Birth in the U.S.14.
None14b.
คุณได้เป็นซิติเซ่นจากการแต่งงานหรือไม่?C.Information about your relative (ส่วนของเรา)1.
นามสกุลหลังแต่งงาน(ตัวพิมพ์ใหญ่), ชื่อเรา2.
ที่อยู่ปัจจุบัน3.
อำเภอที่เราเกิด, จังหวัด4.
วันเกิด5.
เพศ6.
Married7.
นามสกุลเดิมหรือชื่อเดิม(ในกรณีที่เคยเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลก่อนแต่งงาน)8.
วันที่จดทะเบียนหรือแต่งงาน, เมืองที่จดทะเบียนหรือแต่งงาน9.
หมายเลข SSN10.
None11.
ชื่อภรรยาหรือสามีคนเก่า(ในกรณีคนที่เคยหย่ามาก่อน)12.
วันที่แต่งและวันที่หย่า13.
คุณเคยมาอเมริกามั้ย? ตอบ Yes14.
วีซ่านักเรียนตอบ Student, ใส่หมายเลข I-94 ซึ่งได้ตอนที่เข้าอเมริกามา และใส่วันที่เข้ามาล่าสุด15.
None16.
No17.
ชื่อ-นามสกุลเรา, Wife, วันเกิด, ประเทศที่เกิด18.
ที่อยู่ปัจจุบัน19.
ที่อยู่ในเมืองไทย20.
ชื่อเราเป็นภาษาไทยและที่อยู่ในเมืองไทยเป็นภาษาไทย21.
กรณีขอให้คู่สมรส ให้ใส่ที่อยู่ที่อยู่ด้วยกันในปัจจุบัน22.
เมืองที่เราอยู่และรัฐD.other information1.
None2.
NoE.Signature of petitioner ลายเซ็นต์, วันที่เซ็นต์, หมายเลขโทรศัพท์ของสามีF.(ในกรณีที่มีทนายหรือผู้อื่นช่วยกรอกเอกสารให้เรา ให้ใส่ชื่อที่อยู่และลายเซ็นต์เค้าด้วย)ในส่วนนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลค่ะ จะมาอัพเดทเร็วๆนี้นะคะ
--------------
การขอ SSN---------------
เอกสารที่ใช้ :
- Passport
- I-94 ที่ติดอยุ่กับ Passport เราตอนเข้าเมืองมาค่ะ แนะนำให้ไปทำก่อนหมดอายุนะคะ แต่ว่าถ้าเป็นวีซ่านักเรียนวันหมดอายุจะระบุว่า D/S คือขึ้นอยู่กับ I-20 ค่ะ
- Copy Of Married Certificate
- Form SS-5 http://www.socialsecurity.gov/online/ss-5.html ในส่วน Other SSA Forms ค่ะ*work permit (หลายๆ city ต้องใช้ด้วยคะ ,San Dimas CA ต้องมีถึงจะขอได้ค่ะ)
***
SS Office บางเมืองเค้าจะขอ Work Permit ด้วยค่ะั หรือหลักฐานในการยื่นขอปรับสถานะของเราค่ะ อันนี้เพื่อนๆต้องไปติดต่อ Social Office ใกล้บ้านเพื่อนๆดูนะคะ***
Link หาสำนักงาน Social ใกล้บ้านเพื่อนๆค่ะ https://secure.ssa.gov/apps6z/FOLO/fo001.jsp***
Check Status https://secure.ssa.gov/apps6z/IAPS/applicationStatus***
เมื่อคุณได้รับ หมายเลขโซเชี่ยลแล้ว ควรจำหมายเลขให้ได้ และเก็บบัตรไว้ ในที่ปลอดภัย ไม่ควรพกพาไปไหนๆ เพราะหากเกิดหายไป ผู้ที่้เก็บได้ อาจนำไปใช้ ในทางที่มิชอบ ซึ่งจะทำลายเครดิตของคุณ และยังอาจ สร้างหนี้สินจำนวนมาก ในชื่อคุณได้อีกด้วยหมายเหตุ หากเพื่อนๆไปขอแล้วทางเจ้าหน้าที่ต้องการ work permit ด้วยแต่ว่าเพื่อนๆไม่ได้ยื่นขอ work permit ไปพร้อมกับยื่นปรับสถานะ หากเป็นแบบนี้แล้วเพื่อนๆต้องรอจนกว่าจะได้กรีนการ์ดถึงไปขอ SSN ได้อีกทีค่ะ
--------------
การเปลี่ยนนามสกุลหลังจากแต่งงาน---------------
***แนะนำให้รอให้ได้กรีนการ์ดก่อนค่อยไปเปลี่ยนนะคะ เนื่องจากอุ๋มไปเปลี่ยนมา ทาง DMV hold เรื่องไว้จนกว่าจะได้กรีนการ์ดคะ ให้เหตุผลว่า เค้าต้องตรวจสอบว่าเราอยู่ที่นี่ถูกกม. เนื่องจากตอนเรากำลังยื่นเรื่องขอกรีนการ์ดหรือรอกรีนการ์ดนั้น สถานะเราไม่ได้เป็น F1 หรือนักเรียนแล้วนะคะ สถานะเราตอนนั้นคือรออย่างเดียว อุ๋มแนะนำเพราะว่าตอนอุ๋มหลังจากแต่งงานทันที รอจนกว่าจะได้ Driver License นามสกุลใหม่ รอนานกว่าสองเดือนเลยคะ แต่พอเอากรีนการ์ดไปยื่น ให้เค้าถ่ายเอกสารเก็บหลักฐานไป หลังจากนั้น อาทิตย์กว่าๆก้อได้ Driver License พร้อมนามสกุลใหม่คะ***เอกสารที่ต้องใช้ : copy of marriage certificate (จะได้หลังจากเราแต่งงานประมาณ 2-4 weeks)หากเราต้องการเปลี่ยนนามสกุลไปใช้นามของแฟนเรา ขั้นตอนมีดังนี้ค่ะ
>>
เปลี่ยนที่ USA ***
เราต้องไปทำเรื่องเปลี่ยนนามสกุลที่ DMV ใกล้บ้านค่ะ1. ไปที่ DMV ใกล้บ้านท่านด้วยตัวเอง
- หา DMV ใกล้บ้านที่นี่ค่ะ
http://dmv.ca.gov/fo/offices/toc_fo.htm- หรือโทรไปนัดก่อนได้ที่ 1-800-777-0133 Business Hour ค่ะ
2. Complete the Form DL 44 ค่ะ
3. Give a thumb print
4. ถ่ายรูปค่ะ
5. จ่ายค่าธรรมเนียมค่ะ ของอุ๋ม $28 เช็คราคาของแต่ละชนิดได้ที่นี่ค่ะ
http://dmv.ca.gov/dl/fees/driverlicense_fees.htm#classcเป็นอันเรียบร้อยค่ะ
--------------
การเปลี่ยนนามสกุลหลังจากแต่งงาน(เปลี่ยนในทะเบียนบ้านและพาสปอร์ต)--------------
>>
ในกรณีจดทะเบียนที่ USAหากเพื่อนๆจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายอเมริกา จะต้องนำทะเบียนสมรสที่ออกหน่วยราชการสหรัฐอเมริกาไปผ่านการรับรอง เอกสาร 3 แห่งในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ Secretary of State, Department of States และสถานเอกอัครราชทูตฯ ก่อนที่จะนำไปใช้ที่ประเทศไทย
* สถานเอกอัครราชทูตฯ ไม่รับรองลายมือชื่อในเอกสารที่กรอกข้อความไม่ครบถ้วน
* สถานเอกอัครราชทูตฯ รับรองเฉพาะลายมือชื่อ ไม่รับรองข้อความใดๆ ที่ปรากฎในเอกสาร
ขั้นตอนการดำเนินการ1. นำทะเบียนสมรสไปผ่านการรับรองจาก Office of the Secretary of State หรือ State Authentication Authorities หรือ Superior Court ของรัฐที่ออกเอกสารให้
2. นำทะเบียนสมรส ที่ผ่านการรับรองขั้นตอนจากข้อ 1 ไปรับรองเอกสารที่ Department of State, Authentication Office Washington D.C. (กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา)
สามารถหาข้อมูลได้ที่Authentication Office
United State Department of State
518 23rd Street, N.W. SA-1
Washington D.C. 20520
Tel. 1-800-688-9889 # 6
(202) 647-5002http://www.state.gov/m/a/auth/3. หลังจากผ่านขั้นตอนตามข้อ 2 แล้ว ผู้ร้องจะต้องส่งนำทะเบียนสมรสดังกล่าว มารับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทย เป็นขั้นตอนสุดท้ายในสหรัฐอเมริกา
4. นำเอกสารตัวจริง ที่ผ่านขั้นตอนการรับรองเอกสารทั้งสามข้อในสหรัฐอเมริกา (Office of the Secretary of State, Department of State และสถานเอกอัครราชทูตฯ) ไปประเทศไทย และนำไปแปลเป็นภาษาไทยได้ตามร้านรับจ้างแปลทั่วไป
5. นำเอกสารตัวจริงพร้อมคำแปลภาษาไทย ไปที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้รับรองเอกสารตัวจริงและคำแปลภาษาไทยดังกล่าว ว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ123 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
โทรศัพท์ : 02-575-1056-61 โทรสาร : 02-575-1054
เวลาทำการ : 08.30-14.30 น. (ปิดวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
อีเมลล์ : consular04@mfa.go.th6. นำเอกสารตัวจริงและคำแปลที่ผ่านการรับรองจากกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ไปยื่นคำร้องต่อที่ว่าการอำเภอ กิ่งอำเภอ หรือเขตที่ท่านมีชื่ออยู่ เพื่อทำการบันทึกสถานะครอบครัว โดยเปลี่ยนนามสกุลในทะเบียนบ้าน หลังจากนั้น ท่านจะต้องทำบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ เพื่อนำไปใช้ทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ (e-passport)
การยื่นคำร้องสามารถยื่นคำร้องได้ 2 วิธี คือ
* ยื่นคำร้องด้วยตนเองที่สถานเอกอัครราชทูตฯ โดยช่วงเวลาในการยื่นคำร้อง คือ 09.00 – 13.00 น. วันจันทร์ – วันศุกร์ (เว้นวันหยุดราชการสถานทูต)
* ยื่นคำร้องทางไปรษณีย์
เอกสารที่ใช้กรณีผู้ร้องและคู่สมรสเดินทางไปแสดงตนที่สำนักงานเขต/อำเภอ1. กรอกคำร้องนิติกรณ์ 1 ชุด
2. ทะเบียนสมรสที่ผ่านการรับรองจาก Secretary of State และ Department of State แล้ว (ดูรายละเอียดได้ในหัวข้อ “ขั้นตอนการดำเนินการ” ข้อที่ 1 และ 2 พร้อมสำเนาทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
3. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ร้องและคู่สมรส หน้าที่มีรูปถ่ายจนถึงหน้าที่ประทับตราวันต่ออายุและวันหมดอายุ จำนวน 1 ชุด (หากคู่สมรสไม่มีหนังสือเดินทาง ให้ถ่ายสำเนาของ I.D. Card หรือ Driver’s License)
>> ค่าธรรมเนียม* ค่าธรรมเนียมในการรับรองทะเบียนสมรส ฉบับละ 15.00 ดอลลาร์สหรัฐ
* วิธีการชำระเงิน
o ชำระเป็น เงินสด
o ชำระเป็น Money Order
หมายเหตุ ยื่นคำร้องทางไปรษณีย์ รับชำระค่าธรรมเนียมเป็น Money Order เท่านั้น
กรณีคู่สมรสไม่สามารถเดินทางไปแสดงตนที่สำนักงานเขต/อำเภอ1. กรอกคำร้องนิติกรณ์ จำนวน 1 ชุด
2. ทะเบียนสมรส/หย่า ที่ผ่านการรับรองจาก Secretary of State และ Department of State แล้ว (ดูรายละเอียดได้ในหัวข้อ “ขั้นตอนการดำเนินการ” ข้อที่ 1 และ 2) พร้อมสำเนาทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
3. หนังสือเดินทางของผู้ร้องและคู่สมรส ฉบับจริง
4. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ร้องและคู่สมรส หน้าที่มีรูปถ่ายจนถึงหน้าที่ประทับตราวันต่ออายุและวันหมดอายุ จำนวน 1 ชุด (หากคู่สมรสไม่มีหนังสือเดินทาง ให้ถ่ายสำเนาของ I.D. Card หรือ Driver’s License)
5. กรอกหนังสือตกลงการใช้ชื่อสกุล จำนวน 1 ชุด
6. กรณียื่นคำร้องทางไปรษณีย์ ผู้ร้องและคู่สมรสต้องมีแบบฟอร์มรับรองลายมือชื่อ Notary Public for Signature(Download) ซึ่งท่านและคู่สมรสต้องไปเซ็นชื่อต่อหน้าเจ้าหน้าที่ Notary Public เพื่อรับรองลายเซ็นของท่านและคู่สมรส
หมายเหตุ ในการยื่นคำร้องทางไปรษณีย์ หากผู้ร้องไม่ต้องการส่งหนังสือเดินทางฉบับจริง ต้องส่งสำเนาที่ให้เจ้าหน้าที่ Notary Public รับรองว่าเป็นสำเนาที่ถ่ายจากต้นฉบับจริง
>> ค่าธรรมเนียม* ค่าธรรมเนียม 30.00 ดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วย
* ค่าธรรมเนียมในการรับรองทะเบียนสมรส/หย่า ฉบับละ 15.00 ดอลลาร์สหรัฐ
* ค่าธรรมเนียมในการรับรองลายมือชื่อในหนังสือตกลงการใช้ชื่อสกุล ฉบับละ 15.00 ดอลลาร์สหรัฐ
* วิธีการชำระเงิน
o ชำระเป็น เงินสด
o ชำระเป็น Money Order
หมายเหตุ ยื่นคำร้องทางไปรษณีย์ รับชำระค่าธรรมเนียมเป็น Money Order เท่านั้น
กรณีผู้ร้องและคู่สมรสไม่สามารถเดินทางไปแสดงตนที่สำนักงานเขต/อำเภอ1. กรอกคำร้องนิติกรณ์ จำนวน 1 ชุด
2. ทะเบียนสมรส/หย่า ที่ผ่านการรับรองจาก Secretary of State และ Department of State แล้ว (ดูรายละเอียดได้ในหัวข้อ “ขั้นตอนการดำเนินการ” ข้อที่ 1 และ 2) พร้อมสำเนาทุกหน้า จำนวน 1 ชุด
3. หากคู่สมรสไม่มีหนังสือเดินทาง ให้ถ่ายสำเนาของ I.D. Card หรือ Driver’s License
4. หนังสือเดินทางของผู้ร้อง เล่มจริงที่ยังมีอายุใช้งาน
5. สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ร้องและคู่สมรส หน้าที่มีรูปถ่ายจนถึงหน้าที่ประทับตราวันต่ออายุและวันหมดอายุ จำนวน 1 ชุด (หากคู่สมรสไม่มีหนังสือเดินทาง ให้ถ่ายสำเนาของ I.D. Card หรือ Driver’s License)
6. กรอกหนังสือตกลงการใช้ชื่อสกุล จำนวน 1 ชุด
7. กรอกหนังสือมอบอำนาจสำหรับเปลี่ยนนามสกุล จำนวน 1 ชุด
8. กรณียื่นคำร้องทางไปรษณีย์ ผู้ร้องและคู่สมรสต้องมีแบบฟอร์มรับรองลายมือชื่อ Notary Public for Signature ซึ่งท่านและคู่สมรสต้องไปเซ็นชื่อต่อหน้าเจ้าหน้าที่ Notary Public เพื่อรับรองลายเซ็นของท่านและคู่สมรส
>> ค่าธรรมเนียม* ค่าธรรมเนียม 60.00 ดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วย
* ค่าธรรมเนียมในการรับรองทะเบียนสมรส/หย่า ฉบับละ 15.00 ดอลลาร์สหรัฐ
* ค่าธรรมเนียมในการรับรองลายมือชื่อในหนังสือตกลงการใช้ชื่อสกุล ฉบับละ 15.00 ดอลลาร์สหรัฐ
* ค่าธรรมเนียมในการรับรองลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจ ฉบับละ 15 ดอลลาร์สหรัฐ
* ค่าธรรมเนียมการออกหนังสือรับรองสำเนาถูกต้องของหนังสือเดินทาง ฉบับละ 15.00 ดอลลาร์สหรัฐ
* วิธีการชำระเงิน
o ชำระเป็น เงินสด
o ชำระเป็น Money Order สั่งจ่าย “The Royal Thai Embassy”
หมายเหตุ ยื่นคำร้องทางไปรษณีย์ รับชำระค่าธรรมเนียมเป็น Money Order เท่านั้น
ระยะเวลาในการดำเนินการ* กรณียื่นคำร้องด้วยตนเองที่สถานเอกอัครราชทูตฯ จะใช้เวลาในดำเนินการประมาณ 3-5 วันทำการ
* กรณียื่นคำร้องทางไปรษณีย์ จะใช้เวลาในการดำเนินการประมาณ 7-10 วันทำการ
การขอรับเอกสารผู้ร้องสามารถรับเอกสารได้ 2 วิธี
- รับเอกสารด้วยตนเองที่สถานเอกอัครราชทูตฯ โดยช่วงเวลาในการรับเอกสาร คือ 09.00 – 13.00 น. วันจันทร์–วันศุกร์ (เว้นวันหยุดราชการสถานทูต)
- รับเอกสารทางไปรษณีย์ ท่านต้องดำเนินการ ดังนี้
o เตรียมซอง Express Mail ของ U.S. Post Office ติดแสตมป์ ราคา 16.50 ดอลลาร์สหรัฐ (ไม่รับ Meter Stamp)
o เขียนชื่อ-ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ บนซอง ถึงตัวท่านเองให้ชัดเจน***กรณีเปลี่ยนนามสกุลหลังจากหย่า ทำแบบเดียวกันทุกอย่างแต่ใช้ใบหย่าแทนใบสมรสค่ะหมายเหตุ ข้อมูลจากคุณลาวัลวดีค่ะ ขอบคุณมากนะคะ
--------------
I-693 Report Of Medical --------------
***ถ้าเพื่อนๆไม่ทราบว่้าควรจะไปตรวจกับหมอที่ไหนดี ลองหาที่ใกล้บ้านจากที่นี่เลยค่ะ
https://egov.uscis.gov/crisgwi/go?actio ... e_type=CIV (Credit : มดค่ะ...ขอบคุณมดมากน๊า)อันนี้ยกตัวอย่างของอุ๋มค่ะอุ๋มได้โทรไปสอบถามคลินิคที่ใกล้บ้านที่ทำ Immigration physical จากเว็บด้านบนค่ะ แล้วก็โทรไปประมาณ 10 ที่เปรียบเทียบราคา ก็มาเจอที่ถูกที่สุดที่นี่
>> Dr. Thomas K Y Hsu เค้ามีเป็นแบบ Package สำหรับอิมมิเกรชั่นเลยค่ะ ราคา $195 รวมค่าหมอ ค่าตรวจเลือด ค่าทำTB Test ค่าMMR ค่าX-Ray หากผลตรวจTB ออกมาเป็นบวกค่ะ
(ทางเจ้าหน้าที่บอกอุ๋มว่าคนเอเชียเกือบทุกคนผลตรวจออกมาจะเป็นบวกค่ะเนื่องจากสภาพอากาศและการเป็นอยู่) แต่เนื่องจากอุ๋มอายุยังไม่ถึง 27 ปีบริบูรณ์(จะดีใจหรือเสียดีเนี่ยที่อายุยังไม่ถึง) อุ๋มจึงต้องฉีด HPV เพิ่มค่ะ ราคา $150/เข็ม ซึ่งจริงๆต้องฉีด 3 เข็มค่ะ คือฉีดเข็มแรก เข็มที่สองหลังจากเข็มแรก 1 เดือน และเข็มที่สามหลังจากเข็มที่สอง 6 เดือนค่ะ
แต่แค่เข็มแรกก็ส่งเอกสารขอปรับสถานะไปได้เลยค่ะ03/12/2009 ไปหาหมอค่ะ(โทรไปนัดไว้แล้ว)
- ตรวจเลือด
- TB Test
03/13/2009 หมอนัดไปฟังผล TB Test ค่ะ(ซึ่งต้องไปภายใน 72 ชม.หลังจากทำ)
- ผล TB Test อุ๋มออกมาเป็น Negative ค่ะ โชคดีมากค่ะ ไม่ต้องx-rayค่ะ เลยได้เอกสาร I-693 วันนี้เลย
- ฉีด MMR
- ฉีด HPV
- ฉีด Td
03/13/2009 ได้เอกสาร I-693 ค่ะ ทางเจ้าหน้าที่ใส่ในซองเรียบร้อยเลยค่ะ
>> รวมอุ๋มจ่ายไปทั้งหมด $195 + $150 = $345 ค่ะUPDATE!!!! :
ตอนนี้ไม่ต้องฉีด HPV แล้วนะคะ ทำให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มากเลยคะ อ้างอิงจาก : Vaccinations: Starting on December 14, 2009, immunization against the Human Papillomavirus (HPV) and herpes zoster (zoster) will no longer be required. 74 Fed. Reg. 58634 (Nov. 13, 2009). Civil Surgeons who complete Form I-693 vaccination chart, Part 2.5 of Form I-693, should either:
write "no longer required" in the entries for Human Papillomavirus" and "Zoster," OR
leave these entries blank.
*Reminder: On or after January 1, 2010, the results of the medical examinations must be recorded on the October 14, 2009 edition of Form I-693. Any previous editions of Form I-693 that are submitted on or after January 1, 2010 will be rejected.
เครดิต : ดา เพื่อนที่น่ารัก ขอบคุณนะจ๊ะ สำหรับข้อมูลอัพเดทค่ะ------------
การเตรียมเอกสารไปสัมภาษณ์กรีนการ์ดค่ะ --------------
อุ๋มได้ไปสัมภาษณ์ที่แถว Downtown LA ค่ะ เวลา 10.30 ไปถึงเวลา 10.00 ค่ะ รอประมาณ 15-20 นาที เค้าก็เรียกชื่อแล้วค่ะ
เอกสารที่เจ้าหน้าที่ขอดูตัวจริงนะคะ- Passport ของเราและสามีค่ะ
- ID Card ของเราและสามีค่ะ (ในกรณีที่เรามีค่ะ)
- Birth Certificate ของเราและสามีค่ะ (วันนั้นอุ๋มลืมเอาตัวจริงไปค่ะ)
- Pay stub ของสามีค่ะ ก่อนวันที่ไปสัมภาษณ์ 2 เดือน
- เอกสารรับรองการทำงานของสามีค่ะ
- เอกสารการจ่าย tax ของสามีหรือ W-2 Form ค่ะ
เอกสารที่เจ้าหน้าขอเก็บไปค่ะ- Work Permit
- Advance Parole (จากฟอร์ม I-131)
- เอกสารนัดสัมภาษณ์ (ยื่นให้กับรปภ.ด้านหน้าค่ะ แล้วเค้าจะให้เราไปรออีกห้องนึง)
- copy จากเอกสารยืนยันความสัมพันธ์ต่างๆค่ะ แต่ถ้าหากเราส่งไปตั้งแต่ตอนยื่นสมัคร เค้าก็ใช้ตัวเก่าค่ะ ไม่ได้ขอเพิ่ม ตรงนี้ของอุ๋มส่งไปเยอะเลย เค้าเลยไม่ขออะไรเพิ่มเลยค่ะ
เอกสารยืนยันความสัมพันธ์ค่ะ (หากได้ส่งไปตั้งแต่ตอนยื่นสมัคร แล้วไม่มีอะไรอัพเดทหลังจากนั้น ก็ใช้อันที่ส่งไปตอนแรกค่ะ)
- รูปถ่ายค่ะ (ของอุ๋มเอาไปสามอัลบั้ม เค้าไม่ขอดูเลยค่ะ เพราะส่งไปเยอะแล้วตั้งแต่ตอนแรก)
- ประกันสุขภาพ (เจ้าหน้าเก็บสำเนาไปค่ะ)
- ประกันชีวิต
- ประกันรถ
- Joint bank account
- ใบเปลี่ยนนามสกุลจาก DMV
- เอกสารยืนยันอื่นๆตามที่เพื่อนๆมีค่ะ
อย่าลืมถ่ายสำเนาทุกเอกสารไปด้วยนะคะ แต่ถึงไม่มีสำเนา ทางเจ้าหน้าที่เค้าไปถ่ายเอกสารเองค่ะ ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ-------------------
Time Line --------------------
นี่เป็นตัวอย่าง Time Line ของอุ๋มค่ะ จะมาอัพเดทเรื่อยๆค่ะ
03/19/2009 - Mail all Document to USCIS
03/20/2009 - USCIS got my documents (check from website)
03/28/2009 - เงินหักออกจากบัญชี
03/31/2009 - ได้รับ NOA I-797C Receipt for I-131, I-130, I-485, I-765
04/04/2009 - ได้รับจดหมายนัด Biometrics Appointment Letter นัดวันที่ 04/18/2009 for I-485 and I-765
04/18/2009 - Done Biometrics and Took a picture for I-765
05/05/2009 - ได้รับจดหมายแจ้งวันสัมภาษณ์กรีนการ์ด นัดสัมภาษณ์วันที่ 06/16/2009
05/20/2009 - ได้รับ Work Permit ค่ะ
05/21/2009 - ไปขอ SSN
05/29/2009 - ได้รับ SSN
06/16/2009 - Go to interview and Green Card อนุมัติค่าาา
06/17/2009 - Status online - Card production ordered
07/03/2009 - ได้รับGreen Card คะ
รวมเวลาทั้งหมด 2 เดือนกับ 27 วันค่ะ------------
การเช็คสถานะออนไลน์ค่ะ --------------
เข้าเวบไซด์นี้เลยค่ะ
https://egov.uscis.gov/cris/caseStatusSearchDisplay.do------------
ขั้นตอนการทำ infopass --------------
viewtopic.php?f=6&t=18384&start=0credit : Ramenjung คุณปุ๊กค่ะ------------
USCIS FORMS --------------
http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/ ... f3d6a1RCRD------------
แบบฟอร์มต่างๆ --------------
>>>
Green Card Cover Letter http://www.tempf.com/getfile.php?id=723755&key=4c99a3ea725ce>>>
Check List แบบแยกละเอียดแต่ละแบบฟอร์ม http://www.tempf.com/getfile.php?id=723760&key=4c99a46b3176a>>>
Affidavit in support of greencard http://www.tempf.com/getfile.php?id=723763&key=4c99a493ee78fcredit : เพื่อนดา สุดที่น่ารักค่ะ (ดาใจดี ส่งให้อุ๋มทางเมลล์เพื่อส่งต่อให้เพื่อนๆได้ใช้กันค่ะ) ขอบคุณนะจ๊ะ
หมายเหตุ ข้อมูลรวบรวมจากที่เพื่อนๆโพสค่ะ อุ๋มเอามาอธิบายให้เข้าใจง่ายค่ะ